มหกรรมสมุนไพรไทยแห่งชาติ
มหกรรมสมุนไพรไทยแห่งชาติ

Highlight

  • ต่างชาติสนใจสินค้าไทย เจรจาจับคู่ทางธุรกิจได้สำเร็จภายในงาน “มหกรรมสมุนไพรไทยแห่งชาติ” จำนวน 377 คู่ สร้างเม็ดเงินซื้อขายภายในงานกว่า 16 ล้านบาท
  • กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ไทย คาดการณ์ว่าต่อจากนี้ไป 1 ปี จะมีการต่อยอดการค้าเกิดขึ้นซึ่งจะมีมูลค่าไม่ต่อกว่า 100 ล้านบาท

เรื่องน่ายินดีที่ต้องขยาย ทั้งเป็นกำลังใจ และชื่นชมในความสำเร็จของกลุ่มสมุนไพรไทย ที่สามารถต่อยอดทางธุรกิจ จนมีต่างชาติให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก โดย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) นำคณะผู้นำเข้า ผู้ซื้อ โมเดิร์นเทรด และแพลตฟอร์มออนไลน์จากต่างประเทศ 53 บริษัท เข้าร่วมกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์สมุนไพรในช่วงการจัดงาน “มหกรรมสมุนไพรไทยแห่งชาติ” ผลการเจรจาธุรกิจ 377 คู่ เกิดมูลค่าซื้อขายภายในงาน ประมาณ 16 ล้านบาท และคาดว่าจะซื้อขายภายใน1 ปี ไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท สินค้าที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว, ยาสมุนไพร, อาหารและเครื่องปรุง, เครื่องสำอาง และ ผลิตภัณฑ์สปา


น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (คนกลาง)

น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า กรมฯ มีกำหนดที่จะจัดกิจกรรมคู่ขนานกับงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติที่จัดขึ้นโดยกระทรวงสาธารณสุข โดยในวันที่ 6 มีนาคม 2562 ได้นำผู้ซื้อ ผู้นำเข้า ตัวแทนจำหน่าย โมเดิร์นเทรด ร้านค้าออนไลน์ในกลุ่มธุรกิจสมุนไพรจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกจำนวน53 บริษัท 81 ราย เดินทางมาเจรจาจับคู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์สมุนไพรกับผู้ประกอบการไทย ณ ห้องแซฟไฟน์ 105–107ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี 

          “การจัดงานครั้งนี้ ถือเป็นการจัดงานครั้งที่ 3 มีเป้าหมายเพื่อขยายการส่งออกผลิตภัณฑ์สมุนไพร และเพิ่มช่องทางการตลาดสมุนไพรไทยในต่างประเทศ รวมทั้งสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของสมุนไพรไทยเพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาและต่อยอดในการผลิตสินค้าสมุนไพรไทยให้ตรงกับความต้องการในตลาดต่างประเทศ โดยเบื้องต้นมีการนัดหมาย 377 คู่ คาดว่าจะเกิดมูลค่าการซื้อขายภายในงานไม่น้อยกว่า 16 ล้านบาท และภายใน 1 ปี ไม่น้อยกว่า 100ล้านบาท”น.ส.บรรจงจิตต์กล่าว

สำหรับผู้ซื้อต่างชาติ ประกอบด้วยกลุ่มผู้นำเข้า ผู้ซื้อ ตัวแทนจำหน่าย Modern Trade ร้านค้าออนไลน์ต่างประเทศ จำนวน 53 บริษัท 81 ราย เช่น Sasa (HK) บริษัทนำเข้าและตัวแทนจำหน่ายเครื่องสำอางขนาดใหญ่ในฮ่องกง มีร้านค้าปลีก 280 สาขา นำเข้ามากกว่า 700 แบรนด์ , Natural JSC (Vietnam) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าที่ใช้โรงแรมและแบรนด์นานาชาติรายใหญ่ อาทิ L’occitane , Molton Brown , Clogate และ Thann สนใจเจรจากับผู้ส่งออกไทยสินค้าเครื่องสำอาง สปา อาหารเสริม และเครื่องดื่ม , Bijo (Budapest) เจ้าของศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพและสินค้าออร์แกนิคที่ใหญ่ที่สุดในฮังการี สนใจนำเข้าอาหารเพื่อสุขภาพและเครื่องสำอางสมุนไพร โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากน้ำมันมะพร้าว , Rama Modern (Jeddah) บริษัทนำเข้าสินค้าอาหาร แฟชั่น และเครื่องสำอางขนาดใหญ่ นำเข้าสินค้าหลักจากไทย อิตาลี ฟิลิปปินส์ และอียิปต์ สนใจนำเข้าพืชสมุนไพร ยาสมุนไพรเพิ่มเติม และ On-Line Platform อาทิ Daw Thale (Poland) , และ Organitai (Rusiia) เป็นต้น

          ส่วนผู้เข้าร่วมงานไทย ประกอบด้วยกลุ่มผู้ผลิต ผู้ส่งออกไทยสินค้าสมุนไพรไทย 97 บริษัท โดยรายสำคัญ ได้แก่ อภัยภูเบศร , กิฟฟารีน , เกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า , เอยาดา โปรดักส์ , บ้านไอดิน , ลองกานอยด์ , อิงอร , โอปโซพ ,ไร่บุญฉลวย , วาตะโพ , บวรเวชสมุนไพรไทย , เมคเซนท์ อโรมาเธอราปี , โอสปา , บลูมมิ่งสปา , สมุนไพรหัวใจทอง , ทรอปิคานา , กนกวรรณ ฟู้ด , ฟรุ๊ตจี้ และวาลาไทยฟู้ด เป็นต้น

          นอกจากนี้ ในวันที่ 7 มีนาคม 2562 กรมฯ ยังได้นำคณะผู้นำเข้า ผู้ซื้อ เดินทางไปเยี่ยมชมสถานประกอบการ  ณ Giffarine Skyline Laboratory and Health Care Co., Ltd. (ปทุมธานี) เพื่อให้เห็นถึงศักยภาพการผลิตของไทย และจะได้มั่นใจในการสั่งซื้อสินค้าไทยต่อไปในอนาคต